กังฟู

อีกหนึ่งศิลปะการต่อสู้ที่คุณจะต้องรู้จักกันเป็นอย่างดี เชื่อได้ว่าสำหรับใครที่มักจะดูหนังภาพยนตร์ก็มักจะพบเจอศิลปะการต่อสู้แขนงนี้อยู่บ้าง โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะอยู่ในหนังจีนวันนี้เราจะมาพูดถึงศิลปะการต่อสู้แบบ กังฟู ซึ่งเรามาทำความรู้จักกับมันกันเลยดีกว่า เพราะว่ามันเป็นอีกหนึ่งศิลปะการต่อสู้ที่มีมานานมากๆจัดได้ว่าเป็นประวัติศาสตร์ที่นานกว่า 5000 ปีเสียด้วยซ้ำ ต้องบอกเลยว่ามันเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีความลึกลับสุดๆโดยส่วนใหญ่แล้ว เราจะเห็นได้เลยว่าไม่ว่าจะเป็นช่วงถ้าต่างๆมักจะมีความสวยงาม และมีความแข็งแกร่งอยู่ในตัวมันเป็นศิลปะการต่อสู้ที่มาจากหลากหลายมากๆ เพราะว่ามีกระบวนท่าที่มีความใกล้เคียงกับสัตว์บางชนิดอย่างที่เรารู้กันดี ก็น่าจะเป็นกังฟูสำนักเส้าหลินซึ่งเป็นสำนักที่จัดได้ว่ามีการฝึกซ้อม และมีอยู่จริงบนโลกและที่สำคัญมีชื่อเสียงเอามากๆ

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการต่อสู้แขนงหนึ่งก็จริง แต่ต้องบอกก่อนว่าในปัจจุบันนี้ในไทย สำหรับกังฟูแล้วมันก็เป็นสิ่งที่เอาไว้สามารถออกกำลังกายได้ด้วยเช่นเดียวกัน เราจะเห็นได้ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะเป็นรูปแบบท่วงท่าต่างๆนั้น มักจะใช้ในการออกกำลังกายซึ่งเราจะสามารถเห็นได้ในสวนตอนเย็นๆ ซึ่งมักจะมีผู้สูงอายุส่วนใหญ่ใช้ในการออกกำลังกายแต่ก็ยังมีสาวๆหนุ่มๆ ที่ไปออกกำลังกายด้วยเช่นเดียวกันในรูปแบบของกังฟู ซึ่งเราจะเห็นได้ว่าในไทยนั้นมักจะมีพวกรำไทเก๊กรำพัด เพื่อใช้ในการออกกำลังกายมันเป็นอีกหนึ่งการออกกำลังกายสำหรับผู้คนสูงอายุอย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่ามันไม่ได้รุนแรงมากซึ่งทุกคนก็น่าจะทราบข้อดีของมันกันอยู่ สำหรับการนำไปประยุกต์ใช้ในการออกกำลังกาย จริงๆแล้วมันก็เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีรากฐานมาจากร่างกาย ซึ่งวัดเส้าหลินนั้นได้ผสมผสานกับปรัชญาขงจื้อของจีนจนกลายออกมาเป็นกังฟูในทุกวันนี้

ในรูปแบบในบ้านเราที่ผู้สูงอายุใช้ในการออกกำลังกายจะเรียกว่ากีฬาวูซูก็ได้ เพราะว่ามันจะได้ว่าเป็นการต่อสู้ในรูปแบบฉบับของชาวจีนเอาง่ายๆว่า มันมีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานไม่ว่าตั้งแต่การลบกันก็มีการใช้ซึ่งมันแปลได้ตรงตัวว่าวิทยายุทธ สำหรับคำว่าวูซูชาวจีนได้นำวิชานี้ไปเผยแพร่ตามที่ต่างๆ ซึ่งถ้าเป็นภาษาพื้นถิ่นแล้วจะถูกเรียกว่ากังฟูนั่นเองแต่โดยส่วนใหญ่แล้ว ชาวจีนอพยพมาในประเทศไทยเยอะแล้วก็ได้มีการสอนลูกหลาน ซึ่งจะรู้กันแค่เพียงลูกหลานเท่านั้นและจัดได้ว่ามันก็เป็นอีกหนึ่งวิชาการต่อสู้ ที่เอาไว้ป้องกันตัวที่มีหลากหลายดังนั้นการสอนการถ่ายทอดในลูกหลานชาวจีน จึงไม่ค่อยเผยแพร่สักเท่าไหร่นักถึงแม้ปัจจุบันเราจะสามารถเห็นวูซูได้เพื่อรำสุขภาพ แต่จริงๆแล้วทุกวันนี้สิ่งสำคัญต่างๆก็ยังคงเป็นปริศนาอยู่แต่จริงๆ แล้ววูซูกับกังฟูมันก็คือสิ่งเดียวกันนั่นเอง

กังฟู

ประโยชน์ของวิชาการต่อสู้ กังฟู

ไม่ว่าจะเป็นวิชาการต่อสู้ในรูปแบบไหนก็ตามเชื่อได้ว่าสิ่งที่สำคัญ สำหรับวิชาการต่อสู้โดยส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรง และยิ่งถ้าเป็นกังฟูแล้วด้วยแล้วก็โดยส่วนใหญ่แล้ว มันจะเป็นตัวช่วยในการหมุนรอบสิ่งต่างๆ ดังนั้นนอกจากที่จะทำให้เราแข็งแรงแล้วมันยังเป็นตัวช่วยในการทรงตัวอีกด้วย แต่ต้องบอกก่อนว่าสำหรับคนที่ใช้วิชากังฟูในการต่อสู้ มันก็สามารถใช้ได้เช่นเดียวกันถึงแม้ว่าเราจะเห็นในรูปแบบเชื่องช้าในการออกกำลังกาย แต่จริงๆแล้วมันนำไปใช้ในการต่อสู้ได้ท่าฝึกร่างกายให้แข็งแรง และมีความเคยชินกับรูปแบบการต่อสู้มันจะเป็นการฝึกการต่อสู้ไปในตัวด้วย สำหรับแต่ละช่วงถ้าและที่สำคัญมันยังเป็นตัวช่วยในการขัดเกลาจิตสำนึกให้นึก แต่สิ่งดีงามเพราะโดยส่วนใหญ่แล้ววิชาการต่อสู้นั้น มักจะแฝงไปด้วยหลักคุณธรรมกล้าหาญและอุดมการณ์ที่ดี

กังฟูเส้าหลินศิลปะการต่อสู้จีน

หลายคนน่าจะรู้จักกันดีสำหรับวัดเส้าหลินแต่ต้องบอกเลยว่า มันเป็นสถานที่เอาไว้ชนะใจตัวเองโดยส่วนใหญ่แล้วเรามักจะเห็นกันแค่ในหนังเท่านั้น แต่ความจริงแล้วมีการเรียนการสอนกันอยู่จริงๆ สำหรับใครหลายๆคนที่เคยดูหนังกังฟูในหนังกับชีวิตจริงต้องบอกก่อนว่าบางสิ่งบางอย่าง มันก็มีอยู่จริงบางสิ่งบางอย่างมันก็ถูกทำออกมาให้น่าสนใจ แต่ต้องบอกก่อนว่าวัดเส้าหลินน้ำจัดว่าเป็นวัดที่มีชื่อเสียงเอามากๆ และโด่งดังไปทั่วโลกซึ่งเราจะเป็นที่รู้จักกันดีว่าวัดเส้าหลินนั้น ได้มีการฝึกสิ่งต่างๆไม่ว่าจะเป็นศิลปะการป้องกันตัวที่จัดว่าใหญ่ที่สุดของประเทศจีนเลยก็ว่าได้ ตั้งอยู่ที่นี่ ซึ่งศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบกังฟูของเส้าหลินนั้น มีมาตั้งแต่สมัยก่อนเพราะว่ามักจะมีการฝึกฝนร่างกาย และออกกำลังกายเพื่อที่จะทำให้ร่างกายนั้นหายเหนื่อยหายเมื่อยล้าจากการนั่งสมาธิเป็นระยะเวลานาน จนได้กลายเป็นรูปแบบเอกลักษณ์ของเส้าหลินโดยเฉพาะ และกังฟูมีคนเล่าขานกันมาว่าจริงๆแล้วคนที่คิดค้นขึ้นมาก็คือตั๊กม้อ

โดยส่วนใหญ่แล้วรูปแบบที่ใช้ในการต่อสู้ที่มีการฝึกมาในรูปแบบฉบับเส้าหลินนั้น ต้องบอกว่าเป็นกังฟูเส้าหลินโดยเฉพาะซึ่งเป็นเทคนิคที่จะใช้ในการเข้าต่อสู้โดยการปะทะ โดยที่มักจะมีการร่ายรำใช้ชั้นเชิงในการต่อสู้เป็นหลัก และที่สำคัญต้องบอกเลยว่าที่เส้าหลินนั้นมีการสืบทอดกันมาตั้งแต่โบราณ มีทั้งการใช้พลังภายในและภายนอกซึ่งเป็นจุดเด่นเอกลักษณ์ และต้องบอกเลยว่าที่นี่มีการสืบทอดมาเป็นพันปีแล้วรุ่นสู่รุ่น สำหรับการฝึกที่มีการฝึกควบคู่ไปกับการศึกษาพระธรรมของจีนในวัดเส้าหลิน ดังนั้นสิ่งที่เราจะรู้ได้อย่างแน่ชัดเลยก็คือการฝึกฝนนั้น มันเป็นเพียงแค่การฝึกฝนร่างกายและจิตใจแต่ไม่ได้เอาไว้เพื่อทำร้ายผู้อื่น เอาไว้ฝึกเพื่อให้เข้าสู่ธรรมะเพื่อทำให้ตนเองมีสมาธิมากขึ้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบ ศิลปะการต่อสู้ที่ต้องบอกเลยว่าสามารถนำมาใช้ได้จริง และที่สำคัญใครที่เรียนจบไปก็สามารถมีอนาคตที่ดีได้โดยการไปเป็นบอดี้การ์ดเลยก็ว่าได้ ดังนั้นมันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถและเทคนิคในการใช้